กลายเป็นที่จับตามองอย่างมากหลังจาก สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของเมืองไทย เดินหน้ารุกธุรกิจสนามกอล์ฟ ด้วยการเปิดอาณาจักร สนามสโตนฮิลล์ กอล์ฟ คลับ บนพื้นที่กว่า 950 ไร่ บริเวณย่านเชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยเนรมิตจากพื้นที่ดินโคลนให้กลายเป็นสุดยอดสนามกอล์ฟ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ระดับโลกให้นักกอล์ฟที่มาเยือนสนามแห่งนี้

ล่าสุด สารัชถ์ รัตนาวะดี ในฐานะประธานบริษัท สโตนฮิลล์ เอสเตท จำกัด เปิดอาณาจักร สนามสโตนฮิลล์ กอล์ฟ คลับ ให้คณะสื่อมวลชนเข้าชมความพร้อมของสนาม เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนจะประเดิมสนามในการแข่งขันกอล์ฟใหญ่ระดับโลกรายการ LIV GOLF INVITATIONAL BANGKOK หรือ “ลิฟ กอล์ฟ อินวิเตชั่นแนล แบงค็อก” ชิงเงินรางวัล รวม 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 900 ล้านบาท โดยมีโปรกอล์ฟชั้นนำของโลก 48 คน แบ่งเป็น 12 ทีม ร่วมชิงชัยลุ้นแชมป์ประเภทบุคคล และประเภททีม แบบไม่มีการตัดตัว ช่วงวันที่ 7-9 ตุลาคมนี้

สโตนฮิลล์ กอล์ฟ คลับ ถือว่ามีความพร้อมทุกด้าน รองรับการเป็นแลนด์มาร์กใหม่ด้านกีฬา และการท่องเที่ยว ด้วยมาตรฐาน 18 หลุม ได้รับการออกแบบจาก ไคล์ ฟิลลิปส์ เคยผ่านออกแบบสนามกอล์ฟระดับโลกมาแล้วที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ร่วมกับ ทิโมตี้ สแลทเทอรี่สถาปนิกชาวอเมริกันชื่อดังจากบริษัท ฮาร์ต โอเวอร์ตัน มาออกแบบสร้างความท้าทายให้กับนักกีฬากอล์ฟระดับโลกในการดวลสะวิง

พื้นผิวสนามถูกสร้างขึ้นจากหญ้านวลน้อยธรรมชาติ ตกแต่งบริเวณโดยรอบด้วยพุ่มไม้และต้นไม้สวยงาม สร้างบรรยากาศเหมือนต่างประเทศ คอนเซ็ปต์การออกแบบสถาปัตยกรรมได้รับแรงบันดาลใจจากยุคนีโอคลาสสิก เป็นการรวมอิทธิพลยุคเก่าและยุคใหม่เข้าด้วยกัน ราวกับก้าวข้ามเวลาจากอดีตมาถึงปัจจุบัน มีแนวคิดเรื่องความเป็นไปได้ที่ไร้ขอบเขต ผสมผสานความขัดแย้งได้อย่างลงตัว นำเสนอผ่านความคิดสร้างสรรค์ และการลงมือทำ

บนพื้นที่กว่า 950 ไร่ของสโตนฮิลล์ สามารถแบ่งพื้นที่ในการสร้างสรรค์คอมมูนิตี้ รองรับผู้เดินทางมายังสนามแห่งนี้ได้อย่างหลากหลาย รวมทั้งยังมีร้านอาหารทั้งหมด 2 ร้าน คือ Ubuntu และ Rock Creek รวมถึงบาร์อย่าง Firefly แต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว มีแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของผู้คนในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมี The Pavilion สถานที่สำหรับเฉลิมฉลองทุกรูปแบบ

สารัชถ์เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นในการทำสนามสโตนฮิลล์ กอล์ฟ คลับ คือ ต้องการจะทำสนามกอล์ฟคุณภาพระดับโลกในเมืองไทย เพราะในบ้านเรามีไม่มากนัก ไม่เหมือนกับในต่างประเทศที่มีจำนวนมาก จึงได้หาพื้นที่ก่อสร้าง เลือกที่ปทุมธานี เนื่องจากไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ลงทางด่วนแล้วถึงเลย ถือว่าเดินทางสะดวก อีกทั้งยังใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา สามารถนำน้ำคุณภาพดีมาใช้ภายในสนามได้ โดยรวมเหมาะสำหรับการจัดการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับโลกได้

“ในการออกแบบสนามเราได้มองหาดีไซเนอร์ ทั้งชาวไทยและต่างชาติหลายคน จนกระทั่งได้ไคล์ ฟิลลิปส์ เคยออกแบบสนามกอล์ฟที่แคลิฟอร์เนีย มีสภาพอากาศคล้ายเมืองไทย ร่วมกับสถาปนิกชื่อดังชาวอเมริกัน ทิโมตี้ สแลทเทอรี่ สนามแห่งนี้ได้รับการครีเอตให้มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติ และมีการเคลื่อนย้ายดินกว่า 3 ล้านคิว อีกทั้งยังทำเนินสูงกว่า 14 เมตร สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ 40-50 ปี จึงเป็นที่มาของชื่อสนามคือ สโตนฮิลล์ ใช้เวลาในการก่อสร้าง 4-5 ปี บนพื้นที่กว่า 900 ไร่ มีการใช้พื้นที่ทั้งหมดอย่างเต็มที่ มีระยะตีไกลสุด 7,800 หลา ท้าทายมากสำหรับนักกอล์ฟ”

สารัชถ์บอกอีกว่า ในส่วนพื้นหญ้าสนาม ได้นำหญ้านวลน้อยหลากหลายสายพันธุ์มาใช้ เพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศ ทั้งบริเวณทีออฟ, แฟร์เวย์ และกรีน ทำให้กลายเป็นสนามโมเดิร์น กอล์ฟ คอร์ส ตามยุคสมัย ตามความสามารถ และความแข็งแกร่งของนักกอล์ฟระดับโลก นอกจากนี้ภายในสนามมีการครีเอตให้มีความสะดวกสบาย ด้านตัวอาคารของคลับเฮาส์ก่อสร้างโดยใช้หินอ่อนจากประเทศอิตาลี ทำให้ยิ่งเก่าก็ยิ่งดูดี

สารัชถ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สนามกอล์ฟที่ดีสามารถสร้างได้ครั้งเดียว และสนามสโตนฮิลล์แห่งนี้ ใช้เงินลงทุนมากพอสมควร จึงได้ออกแบบมาให้มีความสมบูรณ์แบบที่สุด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จุดเด่นของสนามอยู่ที่หลุมที่ 17 เป็น “ซิกเนเจอร์โฮล” เป็นการตีลงเนิน และมีสะพานข้าม เป็นสัญลักษณ์ของสนาม ที่มีความสวยงาม และมีความยาก ถือเป็นสเน่ห์ของสนาม และเชื่อว่าเป็นสนามที่ดีที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งมีโอกาสเป็นอันดับ 1 ของเอเชียได้

นอกจากนี้ที่ผ่านมา สารัชถ์ รัตนาวะดี เคยมีประสบการณ์ในการจัดการแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่อย่าง ไทยแลนด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพส์ เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว มีนักกอล์ฟระดับโลกตบเท้าเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมากที่เมืองไทย และถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนให้แก่ประเทศ จึงอยากนำการแข่งขันกอล์ฟทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ มาจัดดวลสะวิงกันที่สนามสโตนฮิลล์ กอล์ฟ คลับแห่งนี้

ในส่วนการดีลรายการ ลิฟ กอล์ฟ อินวิเตชั่นแนล นั้น สารัชถ์ระบุว่า ทางลูกชายคนโตเป็นผู้ดูแลสนามแห่งนี้คือ สาริศ รัตนาวะดี กรรมการบริหารบริษัท สโตนฮิลล์ เอสเตท จำกัด เป็นคนเจรจาพูดคุยกับทาง ลิฟ กอล์ฟ อินเวสต์เมนท์ส ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน พีไอเอฟ ของซาอุดีอาระเบีย เริ่มต้นกันมาหลายเดือนแล้ว เหตุผลที่ ลิฟ กอล์ฟ เลือกสนามแห่งนี้ คงมาจากองค์ประกอบหลายอย่าง และเป็นช่วงประเทศไทยเริ่มมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับทางซาอุดีอาระเบียด้วย ครั้งนี้จึงนับเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อีกทั้งกลุ่มเรามีการทำธุรกิจร่วมกันอยู่ จึงทำให้เขามีความเชื่อมั่นว่า สนามกอล์ฟของเรามีคุณภาพดี

“ถึงตรงนี้ผมคิดว่าสนามมีความพร้อมทุกด้าน พร้อมจัดการแข่งขันแล้ว ที่ผ่านมามีหลายฝ่ายติดต่อเข้ามาจัดการแข่งขันที่สนามแห่งนี้ เราพยายามเลือกทัวร์นาเมนต์เหมาะสมที่สุด จนกระทั่งมาได้เป็นสนามในการจัดการแข่งขัน ลิฟ กอล์ฟ อินวิเตชั่นแนล แบงค็อก ทางลูกชายคนโตรู้จักเป็นการส่วนตัวกับทางผู้จัดของลิฟ กอล์ฟอยู่แล้ว จึงเป็นที่มาของการนำกอล์ฟรายการระดับโลกรายการนี้ ที่มีโปรกอล์ฟชื่อดังระดับมาแข่งขันที่สนามแห่งนี้”

สำหรับการจัดการแข่งขันกอล์ฟระดับโลกรายการ “ลิฟ กอล์ฟ อินวิเตชั่นแนล แบ็งคอก” ที่สนามสโตนฮิลล์ กอล์ฟ คลับ ปีนี้ถือเป็นปีแรก สารัชถ์มองว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ส่วนปีต่อๆ ไป ก็คงต้องขอดูแบบปีต่อปี เนื่องจากวงการกอล์ฟมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีโอกาสที่เราจะจัดการแข่งขันเอง หรือนำทัวร์นาเมนต์อื่นๆ เข้ามาจัดการแข่งขันก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

“ลิฟ กอล์ฟ อินวิเตชั่นแนล ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่มากรายการหนึ่ง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีคนมาชมการแข่งขันมากๆ เนื่องจากมีนักกอล์ฟระดับโลกเข้ามาร่วมการแข่งขันจำนวนมาก คงมีโอกาสแบบนี้ไม่มาก จะช่วยกระตุ้นทั้งด้านการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย” สารัชถ์กล่าว

สำหรับการแข่งขัน ลิฟ กอล์ฟ อินวิเตชั่นแนล เป็นการแข่งขันรูปแบบใหม่ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีแรก ชิงชัยทั้งหมด 8 สนาม สนามที่ 6 จะมุ่งหน้ามาดวลสะวิงกันที่ทวีปเอเชีย ณ สนามกอล์ฟสโตนฮิลล์ กอล์ฟ คลับ มีโปรกอล์ฟชั้นนำของโลก ดีกรีแชมป์เมเจอร์ต่างตอบรับยืนยันร่วมการแข่งขันบนสังเวียนประเทศไทย

ด้วยความพร้อมของ สนามสโตนฮิลล์ กอล์ฟ คลับ ภายใต้การเนรมิตของ สารัชถ์ รัตนาวะดี จึงคาดหวังว่าจะเป็นสนามกอล์ฟช่วยสร้างความประทับใจให้กับนักกอล์ฟ ชั้นนำของโลกตบเท้าร่วมดวลวงสะวิงกันครั้งนี้ เป็นการเปิดตัวให้วงการกอล์ฟโลกได้เห็นว่า ประเทศไทยมีสนามกอล์ฟที่มีความพร้อมสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว

และจะเป็นความหวังว่า อีกไม่นาน สนามสโตนฮิลล์ กอล์ฟ คลับแห่งนี้ จะกลายเป็นแม่เหล็กดูดสะวิงดังระดับโลกให้มุ่งหน้ามาประชันฝีมือกันอีกจำนวนมากแน่นอน และจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย ทั้งด้านการกีฬาและการท่องเที่ยว รวมถึงจะส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย