นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า แนวโน้มยอดจองล่วงหน้าของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยนั้น ขณะนี้มีทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนจากการจองบินในตารางฤดูหนาวช่วงปลายปีนี้ ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ที่ออกมาดูดีมาก ซึ่งก็เป็นไปตามเทรนด์ของช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่มักมีต่างชาติบินเข้ามาเที่ยวไทย ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2565 และต่อเนื่องเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2566 โดยหาก 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ หากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาถึง 1.5 ล้านคนต่อเดือนได้ ก็จะทำให้ทั้งปี 2565 ที่ตั้งหมายจำนวนต่างชาติเที่ยวไทย 10 ล้านคน มีความเป็นไปได้

นางมาริสา กล่าวว่า ประกอบกับการเปิดประเทศของประเทศที่เป็นคู่แข่งท่องเที่ยวไทยในภูมิภาคเดียวกัน อาจยังไม่ได้เข้มแข็งมากเท่าเรา ยกเว้นเวียดนาม เพราะไทยยกเลิกเงื่อนไขกการเข้าประเทศ ที่เป็นข้อจำกัดไปทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะระบบไทยแลนด์ พาส ที่ยกเลิกไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกของไทย เพราะต่างชาติเข้ามาได้ง่ายมากขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวพำนักในไทยได้นานขึ้นด้วย เพราะไปเที่ยวที่อื่นยังไม่ได้มากนัก หรืออาจไม่ได้อยากไป สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องมั่นคงในมาตรการเปิดประเทศ ซึ่งเอกชนก็คาดว่าคงไม่ถอยในการเดินหน้าเปิดประเทศแล้ว

“สิ่งสำคัญในตอนนี้คือ ทำอย่างไรให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะนับตั้งแต่ต้นปี 2565 จนถึงปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วกว่า 5 ล้านคน ทำให้บางโรงแรมที่พักก็ดีมาก แต่บางโรงแรมก็ยังไม่ได้ดีขึ้นเลย หมายความว่านักท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่ ไม่ได้กระจายออกไปในโรงแรมหลายๆ ระดับ ทำให้ต้องสะท้อนว่า บางโรงแรมกลับมาดีแล้วก็จริง หรืออาจดีกว่าช่วงก่อนเกิดโควิดด้วยซ้ำ แต่โรงแรมที่ยังไม่ได้กลับมาดี แบบลุกขึ้นมายืน 2 ขาไม่ได้เลยก็มีค่อนข้างมาก อาทิ โรงแรมที่เคยรองรับตลาดจีน” นางมาริสา กล่าว

นางมาริสา กล่าวว่า คาดการณ์อัตราการเข้าพักในไตรมาส 4/2565 จะขยับขึ้นประมาณ 50-55% ได้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 48% ซึ่งในจำนวนนี้ประเมินเพียงโรงแรมที่เปิดให้บริการเท่านั้น รวมถึงมีบางโรงแรมที่แม้กลับมาเปิดให้บริการ แต่ยังไม่ได้กลับมาเปิดแบบ 100% ด้วย บางแห่งเป็นการเปิดเพียงบางส่วนก่อนเท่านั้น อาทิ มี 500 ห้องเปิดเพียง 300 ห้อง โดย ณ เดือนกันยายนนี้ โรงแรมกลับมาเปิดให้บริการประมาณ 70% แล้ว และในไตรมาส 4 ก็ไม่ได้มองว่าจะกลับมาเปิดเพิ่มมากนัก อาจทรงตัวอยู่แถว 70% เพราะตลาดจีนถือเป็นตัวแปรที่สำคัญมาก แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาลจีน ว่าจะให้พลเมืองเดินทางเที่ยวต่างประเทศได้ช่วงใด